สิวประเภทต่างๆ และ สาเหตุของการเกิดสิว

สาเหตุของการเกิดสิว

สิวเกิดขึ้นจากการอักเสบของต่อมรูขุมขน ที่ประกอบไปด้วยรากขนและต่อมไขมัน ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฮอร์โมนเพศแอนโดรเจนกระตุ้นการทำงานของไขมัน ความไม่สมดุลระหว่างจุลชีพบริเวณรูขุมขนกับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันร่างกาย และปัจจัยอื่นๆ เช่น พันธุกรรม หรืออาจมีผลจากการบริโภคอาหารร่วมด้วย

จุดเริ่มต้นของการเกิดสิวชนิดต่างๆ เกิดขึ้นจากสิวอุดตันขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งสิวชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อเซลล์ผิวหนังหลุดลอกมากผิดปกติ สิวอุดตันขนาดเล็กสามารถกลายเป็นรอยสิวชนิดต่างๆ อาทิเช่น สิวหัวปิดหรือที่เรียกว่าสิวหัวขาว สิวหัวเปิดหรือสิวหัวดํา สิวอักเสบตุ่มแดง สิวตุ่มหนอง และสิวอักเสบแดงลักษณะเป็นก้อนสิว ซึ่งกลไกของสิวอุดตันขนาดเล็กที่กลายเป็นสิวชนิดต่างๆ อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังต่อไปนี้

  • การหลุดลอกของเคราตินผิดปกติแล้วรวมตัวหนาขึ้นจนอุดตันท่อเปิดของรูขุมขน
  • ต่อมไขมันสร้างน้ำมันและไขมันเพิ่มมากขึ้น
  • ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Cutibacterium acne หรือชื่อเดิมเรียกว่า Propionibacterium acnes ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้โดยทั่วไปบนผิวหนัง
  • กระบวนการอักเสบของร่างกายที่เกิดขึ้นตามมาภายหลังการอุดตันของรูขุมขน

สำหรับลำดับของการเกิดสิวยังไม่ทราบแน่ชัดแต่อาจเริ่มต้นจากการสร้างน้ำมันหรือไขมัน และเคราตินที่สะสมจนเกิดเป็นสิวอุดตัน กลายเป็นสิวหัวปิดที่มีการอุดตันของเคราติน ไขมันที่ถูกแปรสภาพ และหัวสิวที่ดูดำคล้ำขึ้น ต่อมาการอุดตันทำให้เกิดสภาวะไร้ออกซิเจนที่แบคทีเรีย C. acnes เจริญเติบโตได้ดี เชื้อแบคทีเรียจะย่อยสลายไขมันที่รูขุมขน ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายก็ถูกกระตุ้นจากเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจนสิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบแดงและเกิดหนอง หากรูขุมขนที่เกิดสิวอักเสบ เปิดก็จะทำให้แบคทีเรียชนิดนี้ รวมทั้งไขมันที่ถูกย่อยสลายและเคราติน เคลื่อนที่เข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้จนกลายเป็นสิวอักเสบที่รุนแรงขึ้น เป็นลักษณะก้อนสิวขนาดใหญ่ ปัจจัยจากฮอร์โมนเพศ มีข้อมูลสนับสนุนว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิวได้ ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศแอนโดรเจน (androgen) ที่พบในต่อมไขมัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยในบางโรคที่มีระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนผิดปกติ ในภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovarian Syndrome)  ภาวะการสังเคราะห์ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตผิดปกติหรือ มะเร็งต่อมหมวกไตหรือมะเร็งรังไข่ พบว่าผู้ป่วยเหล่านี้มีโอกาสเกิดสิวขึ้นได้ ในทางกลับกันภาวะก่อนเข้าสู่วัยรุ่นที่การสร้างฮอร์โมนเพศยังไม่สมบูรณ์ก็ยังไม่เกิดสิวเช่นกัน ยกเว้การเกิดสิวในเด็กทารกซึ่งเกิดในทารกที่ฮอร์โมนแอนโดรเจนมากผิดปกติเนื่องจากการทำงานของต่อมหมวกไตหรืออวัยวะเพศเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ และเหตุผลสนับสนุนอีกประการพบว่าผู้ชายที่เป็นกลุ่มอาการต่อต้านแอนโดรเจนก็จะไม่มีการสร้างไขมันรูขุมขนและไม่เกิดสิวเช่นกัน

สำหรับสิวอักเสบที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย C. acnes มีกระบวนการอักเสบตั้งแต่เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สร้างเอนไซม์กระตุ้นการย่อยสลายผนังเซลล์รูขุมขน และโปรตีนบนผิวของเชื้อสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่ง C. acnes มีทั้งสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดสิวและสายพันธุ์ที่สร้างสมดุลผิวหนัง ทั้งสองชนิดจะกระตุ้นสารกลุ่ม interleukin ที่ควบคุมการตอบสนองภูมิคุ้มกันและเกิดการอักเสบ พบว่าเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ที่ทำให้เกิดสิวจะมีสารพันธุกรรมของเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะมากกว่าอีกสายพันธุ์ แต่จากการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่าวิตามินเอและวิตามินดีอาจมีผลยับยั้งสายพันธุ์นี้ที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้

  ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม มีข้อมูลการศึกษาแบบมีกลุ่มควบคุมแสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีสายเลือดใกล้ชิดเดียวในครอบครัวของคนที่เป็นสิว มีโอกาสเกิดสิวมากกว่ากลุ่มควบคุมถึง 3 เท่า แล ผลการศึกษาในฝาแฝดไข่ใบเดียวกันรวมทั้งฝาแฝดไข่ 2 ใบ ก็สอดคล้องเช่นเดียวกัน

ประเภทของสิว

สิวสามารถเกิดได้เกือบทุกบริเวณของร่างกายที่มีต่อมไขมัน ทั้งใบหน้า ลำคอ หน้าอก ท่อนแขนหรือแผ่นหลัง ซึ่งอาจเกิดสิวขึ้นได้หลายชนิดร่วมกัน ความรุนแรงและปริมาณสิวที่เกิดขึ้นในแต่ละคนค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่เกิดเพียงเล็กน้อยเป็นสิวอุดตันขนาดเล็กไปจนถึงสิวอักเสบเรื้อรัง โดยทั่วไปแบ่งสิว เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ

กลุ่มสิวไม่อักเสบ ได้แก่ สิวหัวปิด สิวหัวเปิด เป็นเซลล์ขนสิวขนาดเล็ก มีขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร

กลุ่มสิวอักเสบ ได้แก่

  • Pappulopustular acne สิวตุ่มนูนแดงอักเสบ มีหนอง เป็นสิวขนาดเล็ก โดยทั่วไปเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 5 มิลลิเมตร
  • Nodular acne สิวอักเสบแดงเป็นก้อน เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่กว่า Pappulopustular acne ก้อนสิวเกิดการอักเสบลึกลงไปในชั้นผิวหนัง และ มักรู้สึกเจ็บตึงผิว อาจมีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร บางครั้งที่อาจเข้าใจผิดว่า Nodular acne  หมายถึงสิวชนิดถุงซีสต์ (cystic or nodulocytic acne) ซึ่งแท้จริงแล้ว สิวชนิดถุงซีสต์จะพบได้น้อยมาก
  • Acne conglobata หรือ สิวหัวช้าง เป็นสิวอักเสบที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นมาจากการเกิดสิวตุ่มนูนแดง ซึ่งมักพบในกลุ่มวัยรุ่นชาย เป็นมากบริเวณแผ่นหลัง หน้าอก บริเวณก้น และอาจมีเกิดขึ้นบนผิวหน้าหรือบริเวณอื่นได้ สิวลักษณะนี้จะมีโพรงหนองอักเสบและมีโอกาสกลายเป็น รอยแผลเป็นได้ง่าย ก้อนสิวที่เป็นหนองอักเสบอาจรวมตัวกันจนกลายเป็นรอยสิวแนวยาวขนาดใหญ่ แต่สิวหัวช้างไม่มีผลต่อระบบอื่นของร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากสิว acne fulminans ซึ่งเป็นสิวอักเสบเฉียบพลันรุนแรง ที่ทำให้เกิดอาการอื่นของระบบร่างกายเช่น เป็นไข้ ปวดข้อ
  • Acne excoriee  เรียกกันว่า สิวแกะเกา มักพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เป็นสิวอุดตันขนาดเล็กหรืออาจเป็นสิวอักเสบตุ่มแดงขนาดเล็ก ที่เกิดจากการแกะ บีบเค้นซ้ำๆ จนทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ อาจมีสาเหตุจากความเครียดหรือปัญหาทางจิตต่างๆ เช่น ควบคุมตนเองไม่ได้แกะเกาผิวหนังโดยไม่รู้ตัว ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้ยาคุมต้านเศร้าร่วมกับการทำจิตบำบัดในการรักษา

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการเกิดสิวอักเสบ มีด้วยกันหลายปัจจัย เช่น กลุ่มอายุ วัยรุ่นมักเกิดสิวอุดตัน บริเวณหน้าผากจมูก และคาง ต่อมาอาจกลายเป็นสิวอักเสบได้ แตกต่างจากสิวในผู้หญิง อายุมากกว่า 35 ปี ซึ่งเกิดสิวก่อนช่วงมีประจำเดือน มักเกิดบริเวณคางและลำคอ รวมถึงการเกิดรอยแผล รอยดำจากสิว รอยแผลเป็น ก็แตกต่างแล้วแต่สภาพผิวที่ไวต่อแสงของแต่ละคน